Zenfone go รู้ราคาแล้วจะทึ่ง ทำไมถึงถูกได้ขนาดนี้

โทรศัพท์มือถือ จากอีกหนึ่งค่ายยักษ์ใหญ่ ที่กำลังได้รับความสนใจ อย่างมาก ในปัจจุบัน คือ ค่ายดัง อย่างบริษัท Asus บริษัท ผู้ผลิต และ จัดจำหน่ายทั้ง คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือและแทบเล็ต เรียกว่าค่ายนี้เป็นอีกหนึ่งค่ายที่มักจะผลิตสินค้าออกมาได้โดนใจคนยุคนี้แบบสุดๆ เพราะด้วยสเปกที่ไม่น้อยหน้าไปกว่าค่ายอื่น ๆ แถมราคาก็ไม่แพงอีกด้วย


สิ่งสำคัญที่เป็นจุดเด่นของทางค่ายนี้ คือเรื่องของราคา เนื่องจากส่วนใหญ่สินค้าที่ทางค่ายนี้จำหน่ายมักจะมีราคาไม่สูงมากนัก คนทั่วไปสามารถซื้อมาใช้ได้ คนที่งบประมาณไม่สูงมากแต่อยากได้โทรศัพท์มือถือดี ๆ สักเครื่องก็มักจะนิยมเลือกซื้อจากค่ายนี้ สำหรับเรื่องของราคานั้นก็มีให้เลือกมากมายมีตั้งแต่ราคาหลักพันจนถึงราคาหลักหมื่นแล้วแต่คุณจะเลือกซื้อ อันนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณและความพึงพอใจของแต่ละคนนะค่ะว่าชอบแบบไหน อย่างไร
ค่าย Asus นั้นเป็นค่ายดังจากทางประเทศไต้หวันที่ได้จำหน่ายคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือและแทบเล็ตมากมายหลายรุ่นแต่มีอยู่รุ่นหนึ่งที่ตอนนี้กำลังได้รับความนิยมและมีกระแสที่มาแรงมากคงหนี
ไม่พ้นรุ่น “Zenfone” นั่นเอง ด้วยเพราะโทรศัพท์รุ่นนี้ถูกแบบมาให้มีสเปกที่แรงในระดับหนึ่งและยังคงมี
สเปกสำคัญๆ ที่คนทั่วไปต้องการอยู่ดังเดิม แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือเรื่องของราคามากกว่า เพราะราคานั้นถูกมากเมื่อเทียบกับสเปกที่คุณจะได้ไปครอบครอง

หลายคนอาจอยากรู้แล้วละว่ารุ่น Zenfone นั้นดีอย่างไร มีสเปกอย่างไรบ้าง โดยในบทความนี้เราจะขอเสนอ Zenfone รุ่นหนึ่งที่มีคนสนใจกันมากมายนั่นคือ “Zenfone go” รุ่นนี้เรียกได้ว่าสเปกดี ราคาโดนแบบสุดๆ เลยละค่ะ งั้นเรามาดูรายละเอียดของรุ่นนี้กันเลยนะค่ะว่ารุ่นนี้ดีอย่างไร


– ตัวเครื่องรุ่นนี้จะทำด้วยพลาสติกรอบตัว
– ขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 144.50 x 71 มิลลิเมตร
– ความหนาของตัวเครื่องอยู่ที่ 9.98 มิลลิเมตร
– ตัวเครื่องมีน้ำหนัก 135 กรัม
– มีจำหน่ายทั้งหมด 5 สี คือ สีฟ้า สีแดง สีชมพู สีขาวเซรามิก และสีดำ
– มีระบบสัมผัสแบบมัลติทัช
– ขนาดหน้าจอกว้าง 5 นิ้ว (โดยวัดในมุมทแยง)
– ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 720 x 1280 พิกเซล
– จอแสดงผลเป็นแบบ IPS LCD 24 bit มีทั้งหมด 16 ล้านสี
– มีระบบเซ็นเซอร์การตรวจจับแสงเพื่อการปรับความสว่างแบบอัตโนมัติ (Ambient light)
– มีระบบเซ็นเซอร์เพื่อการเปิดหน้าจอและปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติในขณะที่คุณกำลังสนทนา (Proximity)
– ใช้ระบบปฏิบัติการแบบ Android 5.1 Lollipop
– ใช้หน่วยประมวลผลแบบ Mediatek MT6580 Quad core
– ความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.3 GHz
– หน่วยความจำของตัวเครื่องอยู่ที่ 16 GB
– หน่วยความจำแรมอยู่ที่ 2GB
– สามารถเพิ่ม Micro SD Card ได้สูงสุดถึง 64 GB
– ยังคงใช้ USB 2.0
– มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
– รองรับระบบ Wi-Fi 802.11 b/g/n
– มีระบบการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไปยังเครื่องอื่น (Portable Wi-Fi hotspot)
– รองรับระบบบลูทูธ 4.0


– ภายในตัวเครื่องมีวิทยุให้ในตัว
– แบตเตอรี่เป็นแบบ Li-Pol ที่มีขนาดความจุอยู่ที่ 2070 มิลลิแอมป์
– รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิม (Dual sim)
– รองรับระบบการเล่นเพลงแบบ mp3
– กล้องหลังมีขนาด 8 ล้านพิกเซลซึ่งมาพร้อมกับรูรับแสงขนาด 2.0 เมตร (f 2.0)
– กล้องหลังมาพร้อมแฟลชแอลอีดีและยังมีเทคโนโลยี Pixel master อีกทั้งยังมีโหมดการถ่ายภาพในขณะแสงน้อย มีโหมดการถ่ายภาพแบบบิวตี้และมีระบบออโต้โฟกัสในตัว

– กล้องหน้ามีขนาด 2 ล้านพิกเซลมาพร้อมรูรับแสงขนาด 2.4 (f 2.4)
– สามารถบันทึกวีดีโอแบบภาพเคลื่อนไหวได้โดยรูปแบบของไฟล์ที่ถ่ายออกมาจะเป็นแบบ mpeg-4
– มีเซ็นเซอร์หลายตัวภายในเครื่อง อาทิเช่น G-Sensor, E-Compass, Proximity, Ambient Light Sensor และ Hall Sensor

ฟีเจอร์พิเศษที่มีในรุ่นนี้คือ
– สามารถใช้เป็น Disk drive เพื่อช่วยในการโอนข้อมูลและย้ายข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์พีซี
– สามารถเปิดหน้าจอได้ด้วยการเคาะจำนวน 2 ครั้งต่อเนื่อง (Zen Motion)
– มีการอัพเดทฟีเจอร์เป็นประจำ คือ จะอัพเดทฟีเจอร์ให้ภายใน 24 ชั่วโมงของทุก ๆ 7 วัน
– รุ่นนี้สามารถใช้งานกับเคสแบบ View Flip Case ได้ ซึ่งการใช้เคสแบบนี้จะช่วยทำให้โทรศัพท์มือถือของคุณปลอดภัยจากการเกิดรอยขีดข่วนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นอันเนื่องมาจาก
การตกหล่นหรือการกระแทกเข้ากับสิ่งต่าง ๆ และที่สำคัญแม้คุณจะกำลังใช้เคส View Flip Case อยู่
คุณก็ยังคงสามารถเห็นข้อมูลที่สำคัญๆ ได้ อาทิเช่น การแสดงชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของผู้ที่กำลังโทรศัพท์เข้ามา, การแสดงข้อความที่ถูกส่งเข้ามาและคุณยังคงสามารถดูนาฬิกาที่หน้าจอได้
สิ่งเหล่านี้ช่วยทำให้การใช้งานโทรศัพท์ของคุณสะดวกสบายมากขึ้นไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
โทรศัพท์มือถือรุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2015 โดยมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 4790 บาท แต่ในปัจจุบันราคาลดลงมาเหลือ 3990 บาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ราคาโดนใจมั้ยละค่ะ)

เห็นไหมค่ะว่าโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้มีความคุ้มค่ามากแค่ไหนที่คุณจะยอมเสียเงินซื้อมาครอบครอง เพราะด้วยราคาไม่ถึง 5000 บาทนี้ คุณก็จะได้โทรศัพท์มือถือที่มากด้วยความสามารถและมีสเปกที่แรง
ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งหากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังสนใจโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้อยู่ละก็ จะช้าอยู่ทำไมละค่ะซื้อมาไว้ในครอบครองเลยสิค่ะ รับรองว่าคุ้มมากในราคาเพียงเท่านี้